จเย็นหนักแน่นอดทนและมีวินัยเป็นคำสอนที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กๆจากคุณพ่อ คุณพ่อ คือ ไอดอลและแบบอย่างในการใช้ชีวิต และในเรื่องของความมานะพยายาม จนเรานำคำสอนที่ติดตัวมานี้มาใช้ให้ผ่านสถานการณ์หนักๆในชีวิตได้หลายอย่าง และในหลายมิติแต่น่าเสียดายคุณพ่อไม่เห็นลูกในวันนี้ เพราะคุณพ่อจากไปตั้งแต่เราอายุ12 เหลือไว้แค่รูปไม่กี่ใบติดตัวกับคำสอนของท่าน”นี่เป็นคติประจำใจและบุคคลไอดอลให้เป็นแนวทางการดำเนินชีวิตของ เชฟเจนภวริศา เปล่งฉวี สาวสวยเก่งจากดินแดนที่ราบสูง

กว่าเชฟเจนจะมาถึงฝั่งฝันในปัจจุบันต้องฟันฝ่าอะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง เธอจบการศึกษามัธยมต้นที่โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา จ.อุดรธานี จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี สาขาวิชาการจัดการ จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตบางเขน  มีความสนใจด้านอาหารจึงเริ่มศึกษาต่อในด้านอาหารที่โรงเรียนสอนประกอบอาหารLe Cordon Bleu จนจบการประกอบอาหารฝรั่งเศสระดับสูงและขนมหวานระดับกลาง

ก่อนได้ศึกษาต่อในด้านอาหารอิตาเลียนสามปี รับประกาศนียบัตรระดับสูงคือ Diploma จากAssociazione Di Scuola Cucina Italiana In Giappone สมาคมโรงเรียนสอนทำอาหารอิตาเลียนประเทศญี่ปุ่นและได้ทำงานเกี่ยวกับสายอาหารที่ประเทศญี่ปุ่น กระทั่งกลับมาเปิดร้านอาหารของตัวเองที่ประเทศไทยใน จ.มหาสารคาม ตำแหน่งเฮดเชฟและเจ้าของร้านถือเป็นความฝันสูงสุดของเธอ

“การทำอาหารเราจะได้แสดงถึงความคิดและตัวตนผ่านอาหารแต่ละจานของตัวเอง เมื่อทำให้ลูกค้าชอบได้ เราก็มีความสุขแต่ในขณะเดียวกันการทำอาหารเป็นหน้าที่ ที่ต้องมีความรับผิดชอบสูง รับผิดชอบต่อตัวเอง รับผิดชอบต่อผู้บริโภค”เชฟสาวคนเก่งกล่าว

เธออธิบายว่า คนเป็นเชฟทำอาหารต้องมีความละเอียดเข้าใจว่า จะทำอะไรไม่ใช่แค่ทำให้ได้ออกไปหนึ่งจานก็จบ คนทำอาหารต้องเข้าใจถึงวัตถุดิบและธรรมชาติของอาหารที่จะทำแต่ละอย่างอย่างถ่องแท้ ก่อนที่จะทำออกมานี่คือความรับผิดชอบ เบื้องต้นความละเอียดการรักษาคุณภาพ การรักษาความสะอาดก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่คนทำครัวจำเป็นจะต้องรู้และปฏิบัติอย่างเคร่งครัด การจัดเก็บวัตถุดิบอุณหภูมิที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคเป็นต้น ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความรู้พื้นฐานที่คนทำครัวจำเป็นต้องรู้ ไม่ใช่ใครจะมาเป็นเชฟก็เป็นได้เพราะสิ่งที่คนนำเข้าปากทุกอย่างเราต้องรับผิดชอบ

  แนวคิดในแก้ไขปัญหาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เชฟเจนบอกว่า การเอาชนะอุปสรรคก้าวผ่านความท้อ คือต้องรู้ตัวเองก่อนว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นกับตัวเรา พอเรารู้ถึงปัญหาเราต้องหาทางออกให้มันด้วยความหนักแน่นและอดทน มีเหตุการณ์ตอนสอบเลื่อนระดับอาหารอิตาเลียนที่ประเทศญี่ปุ่น ตอนนั้นภาษามันยากขึ้นตัวคันจิแปลกๆยากๆ ไม่เคยเห็นเต็มไปหมด เรามีเวลาแค่ครั้งเดียวถ้าพลาด ต้องรอสอบใหม่พร้อมกันทั่วประเทศอีกทีก็ปีหน้า ทำให้เราต้องอยู่ญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นไปอีกหนึ่งปี

“ตอนนั้นทั้งกลัวและเครียด ในหัวคิดแต่ว่า เราจะต้องผ่านให้ได้แล้วต้องทำยังไงล่ะก็ต้องอ่านหนังสือ  มันยากนะ แต่มันทำได้  ต่อให้เปิดพจนานุกรรมแปลทีละบรรทัดจนหมดเล่มก็ต้องทำแล้วลงมือ พอผ่านไปได้เราก็รู้แล้วล่ะว่า อุปสรรคใหญ่ๆในชีวิต คือ ความท้อในตัวเราเอง พอการสอบระดับหนึ่ง เป็นระดับสุดท้ายเข้ามาทีนี้มีทั้งข้อเขียนและมีสอบสัมภาษณ์  คิดว่าจะทำให้เต็มที่ ไม่ว่ายังไงจะทำให้ดีที่สุด เพิ่มความเข้มข้นในการอ่านเขียน  เขียนตัวเดิม ๆ ซ้ำ ๆเป็นหน้า ๆเล่มๆในหัว คือ จะไม่ยอมแพ้ พอสอบข้อเขียนเสร็จก็มาถึงรอบสัมภาษณ์ที่โตเกียว เป็นอะไรที่น่ากลัวมากสำหรับเรา คนญี่ปุ่นที่เดินสวนเราออกไปคือ คนที่เราเห็นจากคลาสในโตเกียวครั้งหนึ่ง บอกว่ายาก เรานี่ใจหาย แต่ก็สามารถฝ่าฝันสอบข้อเขียน ทำคะแนนออกมาได้ดี ”เชฟสาวเล่าการฝ่าฟันอุปสรรค ที่ผ่านมาเจอมาหลายรูปแบบแล้ว มองให้เป็นครูสอนตัวเอง ไม่ร้องไห้ให้ใครเห็น ความผิดพลาดเล็กน้อยที่เกิดขึ้นท่องไว้เสมอว่า จะทำให้ดีกว่านี้ให้ได้ พัฒนาตัวเองขึ้นมาเรื่อย

ส่วนคำนิยาม ผู้หญิงสวยและเก่งนั้น เธอบอกว่า ผู้หญิงที่สวยในมุมมองของเราในสมัยก่อนก็จะมองความสวยของคนจากทางกายภาพ แต่เมื่อเรามีอายุขึ้นเราก็มีมุมมองที่ต่างออกไป ผู้หญิงที่สวยสำหรับเราตอนนี้คือ ผู้หญิงที่รู้จักตัวเอง รู้จักกาละเทศะเป็นตัวของตัวเอง ไม่เฟค มีความฉลาดทางอารมณ์และส่งความสุขจากตนเองไปสู่ผู้อื่น เป็นผู้หญิงที่มีทัศนคติที่ดีต่อการดำเนินชีวิต ผู้หญิงเหล่านี้เมื่ออยู่ด้วยได้พูดคุยด้วยทำให้เราสบายใจที่จะพูดคุยด้วยมองกี่ทีก็ไม่เบื่อ ทำให้เรามองว่าผู้หญิงเหล่านี้สวยมีเสน่ห์เหลือเกิน สำหรับผู้หญิงที่เก่ง คือ ผู้หญิงที่สามารถจัดการกับชีวิตได้ผู้ หญิงที่สามารถจัดการกับทุกอย่างในชีวิตได้ดีในทุกด้าน คือ ผู้หญิงเก่ง สำหรับเราชีวิตอาจส่งบททดสอบมาให้เราแตกต่างกัน แต่หน้าที่ของเรา คือต้องจัดการกับมันให้ได้ไม่ท้อถอย ไม่โทษทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว อันนั้นคือคนเก่ง

ถ้าถามถึงเป้าหมายและความสำเร็จในชีวิต เจ้าตัวถือว่าประสบความสำเร็จอย่างที่ฝันไว้ จากสิ่งที่เคยตั้งเป้าไว้แล้ว แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต ถ้าในชีวิตเราถือว่าเรากำลังเริ่มต้นในที่ใหม่เพราะเราใช้ชีวิตอยู่ญี่ปุ่นมาสิบกว่าปี เรามาเปิดร้านที่นี่ ถ้าคนที่นี่ชอบอาหารเรา เราถือว่าประสบความสำเร็จ ส่วนเป้าหมายนั้นเรามีสิ่งที่อยากทำต่อจากนี้หลายอย่าง เช่น ทำร้านเพิ่มขยายสาขา เรามีไอเดียหลายอย่างถ้าทำได้และนี่คงเป็นเป้าหมายต่อไปของเรา

ท้ายนี้ สาวนักทำอาหารแสดงความเห็นว่า ผู้หญิงในยุคปัจจุบันกับผู้หญิงสมัยก่อนแตกต่างอย่างมากในแง่ของความมีอิสระทางการแสดงออก ทั้งความคิดและพฤติกรรม ถ้าเทียบกับผู้หญิงในสมัยก่อนที่ยังถูกกีดกันในเรื่องของพฤติกรรม ความคิดจากขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม โดยมีวิวัฒนาการของการสื่อสารออนไลน์เป็นตัวแปร