เธอคือ คนธรรมดาคนหนึ่ง เกิดในครอบครัวธรรมดา ไม่ได้เป็นที่จับตาของคนในสังคมมากนัก

นอกจากภาระหน้าที่การงาน ช่วงเวลาหลังบ้านจะทุ่มเทเอาใจใส่ให้กับลูก กระทั่งพลิกผันต้องมารับบทใหญ่ในฐานะ สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของ แม่ทัพสีกากี

คุณรัตนาภรณ์ สีวลีพันธ์ ภรรยา พล...สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กับเก้าอี้ตำแหน่ง นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ หัวเรือใหญ่ในการดูแลครอบครัวลูกเมียข้าราชการตำรวจเกินกว่า 2 แสนชีวิต

ต้องจัดลำดับความสำคัญ ว่าทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์ ตรงใจข้าราชการตำรวจและครอบครัวที่อยู่แนวหลังมากที่สุด

 

ไม่เคยคิดมานั่งเก้าอี้นายกสมาคม แต่ต้องทำให้เต็มที่และดีที่สุด

“สมาคมแม่บ้านตำรวจ ไม่ใช่ของนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ แต่เป็นของทุกคน” เจ้าตัวเปิดใจ ในอดีตเธอแทบไม่ได้สัมผัสงานของตำรวจ เนื่องจากต้องรับผิดชอบภาระหนักของบริษัทต่างชาติที่ตัวเองทำงานอยู่ เดินทางติดต่อธุรกิจต่างประเทศบ่อยครั้ง หากมีเวลาว่าง คือ การดูแลลูก เอาใจใส่ครอบครัวตามแบบฉบับแม่บ้าน ปล่อยสามีทำหน้าที่รักษากฎหมายอย่างเต็มที่

กระทั่งวันหนึ่งได้เข้ามามีบทบาทเป็นประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1 เริ่มเรียนรู้การทำงานของแม่บ้านตำรวจ เธอยอมรับว่า ตอนแรกค่อนข้างขลุกขลัก ต่างจากงานประจำที่เคยทำ เนื่องจากแม่บ้านที่มาช่วยทำงานต้องเสียสละเวลาส่วนตัวเพื่อมาทำงานให้กับส่วนรวม ไม่มีเงินเดือน เราต้องปรับความเข้าใจ       ปรับแนวความคิด เพราะทุกคนไม่ใช่ลูกจ้าง ไม่เหมือนสมัยที่ทำงานบริษัท ดังนั้นต้องมาคิดว่า ทำอย่างไร  จะขับเคลื่อนทำงานไปด้วยกัน

“ไม่เคยคิดว่าต้องมาเป็นนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ” คุณรัตนาภรณ์เปิดเผยถึงความรู้สึกแรกเมื่อเข้ารับตำแหน่ง แต่เมื่อต้องทำหน้าที่แล้ว เธอก็ยินดี และพร้อมเต็มที่กับการทำงาน

ขับเคลื่อนแรงบันดาลใจของสามี กับแนวคิดพัฒนาคุณภาพชีวิตตำรวจ

อาจกล่าวได้ว่า ปฐมบทของเส้นทางการทำงานในสมาคมแม่บ้านตำรวจของคุณรัตนาภรณ์ เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ถึงวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งสมาคม รับทราบความต้องการของครอบครัวตำรวจ รวมทั้งความมุ่งหวังของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำให้เกิดโครงการต่างๆขึ้น  อาจจะต่างจากตอนทำงานในสมัยกรรมการบริหาร ที่จะดำเนินกิจกรรมตามที่ได้รับมอบหมาย

“การที่เราจะทำอะไร ก่อนทำต้องมีหลักการ ไม่ใช่คิดจะทำแล้วทำทันที ต้องดูว่า โครงการที่จะทำต้องตอบโจทย์ ทำแล้วจะประสบความสำเร็จหรือไม่ เรามีกรอบนโยบาย มีแรงบันดาลใจจากท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ท่านอยากเห็นอะไร อยากจะได้อะไร จึงคิดว่าเราจะทำอะไร  จะเดินไปในทิศทางไหน  ด้วยความที่ตัวเองใหม่ แต่ใช้หลักการโดยเริ่มทำการสำรวจตำรวจทั่วประเทศว่า ตำรวจต้องการอะไรจากสมาคมแม่บ้านตำรวจ” เจ้าตัวกล่าว

“ตำรวจอยากเห็นอะไรในเชิงของการพัฒนาคุณภาพชีวิต เรานำผลการสำรวจมาทำการวิเคราะห์ จัดทำโครงการ ถึงแม้แบบสำรวจอาจจะไม่100 เปอร์เซ็นต์ เพราะมีเสียงสะท้อนจากแบบสำรวจว่า เคยทำสำรวจมาตั้งเยอะแยะแล้ว ทำไปก็ไม่ได้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นสิ่งที่เราต้องตั้งเป็นธงว่า เราต้องฟีดแบ็คกลับไปหาพวกเขาด้วยว่า สิ่งที่เขาได้ให้ความเห็น เราใช้ประโยชน์จากสิ่งนั้นอย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้นการจะทำอะไรทุกอย่าง ต้องมีการตั้งโจทย์ว่าทำไปเพื่ออะไรก่อน แล้วตอบกลับไปหาว่า เราทำแล้วนะ เรามีวัตถุประสงค์ในการทำ ไม่ใช่ว่าทำๆ ไปอย่างนั้น”

 

ระดมคณะแม่บ้านจิตอาสา วาดหวังเปลี่ยนเป็นองค์กรสาธารณกุศล

หลังจากเริ่มตั้งหลักในงานนายกสมาคมฯ แล้ว เธอได้เรียกประชุมคณะกรรมการที่ล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีจิตอาสา เข้ามาทำหน้าที่เพื่อส่วนรวม พร้อมทั้งสนับสนุนคนที่มีความรู้ความสามารถ มีแนวความคิด มาช่วยกันตกผลึกขับเคลื่อนการทำงานของสมาคมแม่บ้านตำรวจ ภายใต้เป้าหมายที่ต้องทำเป็นอันดับแรก คือ ทำอย่างไรที่จะเปลี่ยนให้สมาคมแม่บ้านตำรวจเป็นองค์กรสาธารณกุศล เพื่อเปิดทางให้หน่วยงานที่เข้าใจภาระหน้าที่ของตำรวจ สามารถสนับสนุนและช่วยเหลือการดำเนินโครงการต่างๆของสมาคมได้

“อาจจะเป็นเรื่องยากในความคิด แต่ไม่ยากเกิน ถ้าเรามุ่งมั่นและตั้งใจที่จะทำให้สำเร็จ เพราะการเปลี่ยนเป็นองค์กรสาธารณกุศล หมายถึงการปลดล็อกในหลายๆเรื่อง ถึงแม้จะมีกระบวนการ ขั้นตอนที่หลายคนมักมองว่า มันซับซ้อน และยากที่จะเกิดขึ้น แต่เราก็พยายามทำ และสามารถสำเร็จได้ภายใน 6 เดือนหลังจากรับตำแหน่ง”

การดำเนินงานของสมาคมแม่บ้านตำรวจในรอบปีที่ผ่านมา เริ่มต้นจากโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยมุ่งเน้นด้านการศึกษา โครงการ Cyber Youth Camp เป็นโครงการแรก ที่จัดอมรมเชิงปฏิบัติการให้แก่ครอบครัวตำรวจ รวมทั้งเครือข่ายประชาชนทั่วไปที่มีบุตรหลานที่สนใจอยากจะเรียนรู้การนำเทคโนโลยีมาทำให้เกิดการสร้างเสริมอาชีพในอนาคต อาทิ การเป็นยูทูปเบอร์ เป็นบล็อกเกอร์  เป็นต้น

 

สนับสนุนผลักดันลูกหลาน ใช้พรสวรรค์สร้างชิ้นงานในอนาคต

ขณะเดียวกัน คุณรัตนาภรณ์มองว่า ต้องการส่งเสริมเฟ้นหาเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์ เพื่อที่สนับสนุนให้เป็นต้นแบบแก่ครอบครัวตำรวจ  “เรามีลูกตำรวจที่เก่ง ที่เป็นคนดี มีพรสวรรค์ในด้านต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็น ทางด้านของวิชาการ ดนตรี กีฬา และคุณธรรม เราจะต้องสนับสนุนเด็กเหล่านั้น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับน้องๆรุ่นหลังๆ โดยเรามอบทุนการศึกษาให้ตั้งแต่ระดับประถมต้น ประถมปลาย และชั้นมัธยม”

“นอกจากนี้เราพยายามสนับสนุนผลักดันเขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เขาเติบโตต่อไปในสายนั้น ๆ ถามว่า เราได้อะไรจากตรงนั้น สิ่งที่เราได้มาก ๆ คือ เราได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัวตำรวจของเรา ดิฉันเชื่อว่า สิ่งสำคัญที่สุดของการให้ ไม่ใช่สิ่งของ แต่มันคือโอกาส ถ้าเราให้โอกาสเขา แล้วเขาสามารถเอาไปต่อยอดได้ มันจะอยู่กับเขาอย่างยั่งยืน” คุณรัตนาภรณ์ ได้แสดงความเห็น

เธอเชื่อว่า การสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่ครอบครัวตำรวจให้มากที่สุดเป็นสิ่งสำคัญ เดิมที่ผ่านมาสมาคมมีทุนสนับสนุนเพียงประเภทเดียวคือทุนด้านประพฤติดี เรื่องนี้ ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจึงมีแนวคิดว่า ทำอย่างไรจึงจะเพิ่มประเภทและจำนวนของทุนการศึกษาให้มากที่สุดและครอบคลุมในหลายมิติ เพื่อเป็นการช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวตำรวจ  แนวคิดนโยบายนี้จึงนำมาสู่การเพิ่มงบประมาณทุนการศึกษาประเภทประพฤติดี จากเดิม 3 ล้านบาท  ขึ้นเป็น 7 ล้านบาทต่อปี  นอกจากนี้ ยังมีการมอบทุนการศึกษาแก่บุตรข้าราชการตำรวจที่บาดเจ็บ ทุพพลภาพ รวมทั้งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย

 

ไม่ทอดทิ้งครอบครัวผู้เสียสละ ขยับหาทุนการศึกษาต่อเนื่อง

“ดิฉันคิดว่า อาชีพตำรวจเป็นอาชีพที่เสียสละ เสี่ยงชีวิต ช่วยเหลือประชาชน ทุกคนทำไปด้วยจิตวิญญาณของความเป็นตำรวจ เงินเดือนข้าราชการตำรวจอาจจะทราบอยู่แล้วว่า ไม่ได้เยอะ หักภาระค่าใช้จ่ายหลายอย่างไป คงเหลืออาจจะไม่ได้มาก ดังนั้นครอบครัวตำรวจที่หัวหน้าครอบครัวเสียชีวิต  ทุพพลภาพ จากการปฏิบัติหน้าที่ เราต้องพยายามให้ความช่วยเหลือโดยฉพาะด้านทุนการศึกษา”

นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ กล่าวว่าถือเป็นสิ่งที่ประทับใจที่เห็นหลายๆครอบครัวดีใจที่เราไม่ลืม ยังตามให้เขามารับทุนการศึกษา ทั้งๆที่เขาสูญเสียหัวหน้าครอบครัวไปหลายปีแล้ว นอกจากนี้ยังมีทุนที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ เป็นทุนที่มอบต่อเนื่องจนจบการศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 87 ทุน มูลค่ากว่า 15ล้านบาท มีทั้งสายอาชีพ และระดับอุดมศึกษา โดยเป็นทุนให้เปล่า จำนวน 80 ทุน  ส่งเรียนต่อจนจบมหาวิทยาลัย และ 7 ทุน สำหรับอนุปริญญา หรือ สายวิชาชีพ

เพราะฉะนั้นปีที่ผ่านมา  สมาคมแม่บ้านตำรวจมีทุนเรียนดีต่อเนื่องให้แก่ลูกข้าราชการตำรวจในหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นสาขาแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์  สถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาบริหาร บัญชี เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ รวมทั้งสายอาชีพอื่นๆ  และยังมีทุนสนับสนุนพิเศษ คือ ทุนวิชาชีพพยาบาล จำนวน 5 ทุน มูลค่าทุนรวมเป็นจำนวนเงิน 125,000 บาท สรุปในปี 2564 สมาคมแม่บ้านตำรวจสนับสนุนทุนด้านการศึกษากว่า 25ล้านบาท

 

แบ่งเบาลดภาระค่าใช้จ่าย เหมือนปลูกต้นไม้ต้องเอาใจใส่พรวนดิน

“ถามว่าเราทำเพื่ออะไร อย่างที่เรียนว่า รายได้ตำรวจไม่ได้มาก ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้แนวคิดว่าทำอย่างไรที่จะสร้างสวัสดิการให้พวกเขาให้พวกเขาให้มากที่สุด เพื่อจะได้มีเวลาไปปฏิบัติหน้าที่หน้าที่ มีเวลาที่จะโฟกัสกับการทำงานดูแลทุกข์สุขของประชาชน ผลประโยชน์จะได้กับประชาชน ไม่ใช่ว่าต้องมาเครียดกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ค่าเทอม ปัญหาครอบครัว อาจกลายเป็นต้นเหตุให้ไปทำในสิ่งที่ไม่ดีไม่ถูกต้อง แต่ทั้งนี้โครงการที่กล่าวมา ไม่ควรทำแค่ปีเดียว หรือสองปี ต้องทำต่อเนื่อง เพื่อการแก้ไขอย่างเป็นระบบ”

เธอไม่ได้คาดหวังหรือฝากอะไรไว้สำหรับนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจคนใหม่สมัยหน้า แค่คิดว่า หากโครงการไหนเป็นโครงการที่ดีแล้วตอบโจทย์ สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตตำรวจได้อย่างยั่งยืน ผู้นำองค์กรในอนาคตก็คงเล็งเห็นว่า มีประโยชน์และสามารถดำเนินต่อไป พร้อมกับนำไปต่อยอดให้ดีขึ้นไปอีก

“ ดิฉันมาอยู่ในยุคที่ว่า เหมือนกับว่าในปีแรก เราเริ่มปลูกต้นไม้  10 ชนิด เพื่อที่จะเลี้ยงดูคนในครอบครัว ปีต่อมาอาจมีต้นไม้เหลือสัก 8 ชนิดที่มันอยู่รอด อีก 2 ชนิดอาจจะตาย เราต้องคิดว่าจะทำยังไงเพื่อที่จะให้ 8 ต้นที่เหลือเจริญงอกงาม เราอาจต้องใส่ปุ๋ย พรวนดิน ดูแล ให้เติบโตจนสามารถช่วยเลี้ยงคนในครอบครัวให้อิ่ม ดิฉันเชื่อว่า คนที่เป็นผู้นำและมาดูแลบ้านต่อในปีต่อไป ก็คงต้องช่วยกันทะนุบำรุง แล้วดูแลต่อ เพื่อให้ครอบครัวเรามีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นต่อไปได้อีก”

 

รวมฝ่าวิกฤติพิษโควิดระบาด สร้างเสริมอาชีพปล่อยร้านปันรักษ์

นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจยังยอมรับว่า องค์กรตำรวจตลอด 2 ปีที่ผานมาเผชิญปัญหาหนักในเรื่องของการระบาดของเชื้อโควิด แล้วมีเรื่องการชุมนุมแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอีก ภารกิจที่ต้องทำคือดึงขวัญกำลังใจตำรวจ เราพยายามทำหลายอย่าง และรับแนวคิดของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเพื่อไปต่อยอดว่าจะช่วยเหลือครอบครัวตำรวจได้อย่างไรในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น โรงพยาบาลตำรวจขาดอุปกรณ์ดูแลผู้ป่วย เราก็ต้องเข้าไปช่วยสนับสนุน หรือช่วยดูแลบุคลากรที่ทำงานหนัก ทั้งหมอและพยาบาล รวมทั้งข้าราชการตำรวจ

คุณรัตนาภรณ์เล่าว่า บางครั้งบุคลากรทางการแพทย์ไม่ได้กลับบ้านเป็นเดือน เราต้องไปช่วยดูแลบำรุงขวัญกำลังใจให้สามารถดูแลผู้ป่วยไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ครอบครัวตำรวจ หรือประชาชน แม้กระทั่ง ข้าราชการตำรวจที่ต้องรับภาระหน้าที่มากขึ้นในช่วงโควิด ถามว่า ทุกคนกลัวไหม ทุกคนก็กลัว แต่ตำรวจต้องทำหน้าที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตำรวจต้องไปจับผู้ร้าย ไม่รู้ว่าผู้ร้ายคนนั้น หรือคนที่ขึ้นมาบนโรงพักติดเชื้อหรือไม่ แต่ตำรวจต้องทำงาน เพราะฉะนั้นเราพยายามเข้าไปช่วยเหลือในเรื่องของอุปกรณ์ป้องกันทุกอย่าง เท่าที่จะสามารถช่วยเหลือได้ รวมทั้งสร้างขวัญกำลังใจ

อีกโครงการที่ต่อยอดมาจากผลสำรวจที่ได้คำตอบมาอันดับต้นๆ คือ เรื่องของการสร้างอาชีพเสริม ในส่วนนี้ สมาคมแม่บ้านตำรวจจึงได้จัดทำโครงการ 1 จังหวัด 1 ผลิตภัณฑ์ คุณรัตนาภรณ์ฉายภาพให้เห็นว่า ได้มอบหมายให้ประธานชมรมแม่บ้านในแต่ละภาคแต่ละจังหวัด ไปศึกษาว่าในพื้นที่ภาคหรือจังหวัดของตนเองมีสินค้าของแม่บ้านที่โดดเด่น หรือสามาถเอามาต่อยอดหรือเพิ่มมูลค่าได้ โดยมาช่วยกันระดมความคิดพัฒนาสินค้า โดยตั้งเป้าหมาย ขอแค่ 1 จังหวัด มี 1 ผลิตภัณฑ์  ที่คิดว่าดีและสามารถขายได้ โดยปีนี้เราได้จัดตั้งร้านค้าสมาคมแม่บ้านตำรวจ “ร้านปันรักษ์” ขึ้นในโรงพยาบาลตำรวจ  โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นหน้าร้านจำหน่ายสินค้าของสมาชิกแม่บ้านทั่วประเทศ โดยกระบวนการคัดเลือกสินค้าเข้ามาจำหน่าย ต้องเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและมีคุณภาพ

 

ถ่ายทอดองค์ความรู้กู้ปมหนี้เสีย แชร์ไอเดียสู่ นรต.ใกล้จบใหม่

ขณะเดียวกันเธอรับนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เป็นห่วงเรื่องหนี้สินของข้าราชการตำรวจ ทำให้สมาคมแม่บ้านตำรวจไม่สามารถปล่อยผ่านปัญหาที่เกิดขึ้น ได้สร้างองค์ความรู้ให้แก่ข้าราชการตำรวจตอกย้ำเตือนสติทุกคนว่า การเป็นหนี้ไม่ใช่สิ่งที่คิดว่า ได้เงินแล้วจะดี เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้มีเงินเพียงชั่วคราว แต่ระยะยาวคือ หนี้ เป็นบ่อเกิดของปัญหาหลายอย่างตามมา สมาคมแม่บ้านตำรวจได้ดำเนินการตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยได้รับการสนับสนุนความร่วมมือจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ช่วยสร้างองค์ความรู้ให้ตำรวจเรื่องการบริหารการเงิน  ทำอย่างไรจะไม่เป็นหนี้

“นอกจากนี้ได้ให้องค์ความรู้กับข้าราชการตำรวจ และครอบครัวเรื่องการลงทุน ทำยังไงให้เงินงอกเงย โดยการเลือกลงทุนในประเภทต่างๆ ควรเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และความเสี่ยงที่รับได้ของแต่ละคน ซึ่งเริ่มต้นจัดอบรมสัมมนาเป็นครั้งแรก ให้กับนักเรียนนายร้อยตำรวจที่กำลังจะจบการศึกษาในปีนี้  โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากตลาดหลักทรัพย์มาให้ความรู้ เกี่ยวกับการบริหารการเงิน  และมีวิทยากรที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จในแวดวงการเงินในประเทศไทย ที่มาช่วยกันสร้างแรงบันดาลใจแรงผลักดันให้นักเรียนนายร้อยตำรวจที่กำลังจะจบออกไปปฏิบัติหน้าที่ มีภูมิคุ้มกันเรื่องการเงินการลงทุน”

หลังจากนั้นจะมีการจัดสัมมนาให้ครอบครัวตำรวจ บุตรหลานข้าราชการตำรวจ เธอมองจากครอบครัวของตัวเอง เห็นวัยรุ่นหลายคนสนใจเรื่องการลงทุน เริ่มต้นตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมต้น มัธยมปลาย   แต่การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง จำเป็นต้องมีความรู้ ถึงจะสามารถประสบความสำเร็จได้ สมาคมแม่บ้านตำรวจได้เป็นแม่งานส่งเสริมองค์ความรู้เรื่องการลงทุนให้กับเด็ก ๆ รวมทั้งเครือข่ายลูกหลานประชาชนที่สนใจอีกด้วย

 

มองค่าความสำคัญเด็กพิเศษ ต่อยอดเข้าครัวด้านทำอาหาร

สำหรับโครงการที่วาดหวังอีกโครงการหนึ่งคือ การเข้าไปช่วยเหลือเด็กพิเศษที่เป็นบุตรข้าราชการตำรวจ คุณรัตนาภรณ์ให้ความสำคัญมากกว่า เด็กเหล่านี้ต้องได้รับการดูแลและช่วยเหลือ  มีองค์กรเอกชนรับเข้าทำงาน ได้สิทธิพิเศษทางด้านของภาษี เป็นโครงการที่ทั้งผู้ให้และผู้รับ ได้ประโยชน์ สามารถต่อยอดได้ว่าลูกหลานของตำรวจที่เป็นเด็กพิเศษได้รับโอกาสเหล่านี้จะเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่ยั่งยืน พ่อแม่ได้เห็นลูกที่เป็นเด็กพิเศษดูแลตัวเองได้จะลดความวิตกกังวลหากอนาคตพ่อแม่จากไป

นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจยืนยันว่า เราต้องทำโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตต่างๆที่เกิดขึ้นให้มีประโยชน์และยั่งยืน “สิ่งที่เพิ่มมาอีกเรื่องในปีนี้คือ ช่องยูทูบของสมาคมแม่บ้านตำรวจ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อส่งเสริมการดูแลครอบครัว ในเรื่องการทำอาหาร  สามารถนำตรงนี้ไปต่อยอดทำเป็นอาชีพเสริมได้อีก ”

ห้วงระยะเวลาปีเศษในตำแหน่งนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เจ้าตัวยิ้มรับความโชคดีที่มีกรรมการร่วมงานที่เก่ง ยินดีร่วมกันทำงาน เพียงแต่มอบนโยบายให้และทำให้ทุกคนรู้สึกว่า การมาทำสิ่งดีๆ ร่วมกันแล้วมีความสุขใจ ถึงแม้ว่างานทุกอย่างที่ทำทุกวันนี้จะเป็นงานที่ใหม่ เป็นงานที่ไม่เคยทำในสมาคมแม่บ้านตำรวจมาก่อนเลย หรือว่าจะต้องมีอุปสรรคอย่างไร ก็จะไม่ใช่สาระสำคัญ  ตราบใดที่เราช่วยกันทำ ก็จะผ่านตรงนี้ไปได้

 

ฝากหลักคิดประครองชีวิตคู่ ดูแลครอบครัวให้มีความสุขสำคัญสุด

สำหรับการแบ่งเวลาส่วนตัวกับงานของสมาคมแม่บ้านตำรวจอย่างไรนั้น คุณรัตนากรณ์กล่าวว่า เราจะให้เวลากับครอบครัวเป็นอันดับต้นก่อน ซึ่งเป็นภาระที่สำคัญ แต่เชื่อว่า ทุกคนสามารถจะแบ่งเวลาได้ เรามีเวลา 24 ชั่วโมง เรามีเวลาของตัวเอง เรามีเวลากับครอบครัว เราสามารถแบ่งเวลากับสิ่งที่เราทำให้กับสังคมได้ “อย่างที่ได้กล่าวไว้ว่า สมาคมแม่บ้านตำรวจเป็นของสมาชิกทุก ๆ คน เมื่อทุกคนช่วยกันทำงาน และมีการแบ่งงานที่มีขอบเขตที่ชัดเจน เราก็จะสามารถทำงานให้มีประสิทธิภาพได้ นอกจากนี้ ยังได้รับคำแนะนำให้คำปรึกษาจากท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพราะบางบริบท เราอาจไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ทำจะเหมาะกับตำรวจหรือเปล่า ทุกอย่างจึงต้องปรึกษาท่านเสมอว่า โครงการนี้ดีเหมาะสมและจะมีประโยชน์ไหม”

เมื่อถามถึงหลักการประคองชีวิตครอบครัว คุณรัตนาภรณ์ได้ฝากแนวคิดถึงแม่บ้านตำรวจทุกท่านว่า สิ่งที่ใช้มาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต คือ ความเชื่อมั่น และความเชื่อใจ ว่าสามีเป็นคนเก่ง และเป็นคนดี มีจุดที่เป็นกรอบยึดตัวเอง ส่วนเรามีบทบาทที่สำคัญ คือ การดูแลลูกและครอบครัว

“สิ่งสำคัญ  เราต้องมีความเชื่อมั่นเชื่อใจ และวางตัวเป็นหลังบ้านที่ดี ไม่ก้าวก่ายงานของสามี  โดยเชื่อมั่นว่าท่านพิจารณาคนให้เหมาะสมกับงาน ท่านทำงานมาทั้งชีวิตย่อมรู้ดีว่า ใครทำงานเก่งและมีความตั้งใจ ท่านย่อมรู้ว่าสังคมและองค์กรต้องการคนดีคนเก่ง ให้มีโอกาสเข้ามาทำงานในตำแหน่งอะไร  ดังนั้นสิ่งที่แม่บ้านตำรวจต้องทำคือ โฟกัสที่จะทำให้ครอบครัวมีความสุข ภรรยาต้องทำหน้าที่ดูแลครอบครัว หัวหน้าครอบครัวกลับมาแล้วมีแต่ความสบายใจ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด” คุณรัตนาภรณ์ทิ้งท้าย