(25) เรื่อย ๆ  มาเรียง ๆ  ในไทยรัฐ

  บ้านผมอยู่สุดซอยเผือกจิตร แยกจากซอยเสนานิคม  2  ถนนพหลโยธิน ผมต้องตื่นเช้ามืด แต่งตัวรอ “จิ้งโกร่งเขียว” มารับไปทำงานที่ไทยรัฐ   บ้านเกิดเมืองนอนผมอยู่อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี แม้จะอยู่ในตัวเมืองแต่ผมก็สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด อยู่ในบรรยากาศไร้มลภาวะเป็นพิษ มีความสุขตามประสาเด็กบ้านนอกฐานะปานกลาง ยุคนั้นสมัยนั้นยังไม่มีใครคิดเอาแมลงมาทอดกิน ผมไปท้องนาใกล้วัดมณีชลขัณฑ์ ต.พรหมมาสตร์...

 (24) จากเสียงปวงชนไปไทยรัฐ

  เคยสารภาพไว้ สันดานผมนั้นลองได้ทำงานอย่างสนุกก็มีความสุขกับงาน เช่นเดียวกับการมากอบกู้วิกฤติของ “เสียงปวงชน” ยุคที่อยู่หลังวัดตรีทศเทพ ซึ่งผมสนุกกับงาน และมีความสุขอีกครั้ง ผมไปทำงานทุกวัน ออกจากบ้านนั่งรถสองแถวในซอยเสนานิคม 2  พหลโยธิน ขึ้นรถเมล์ไปลงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิต่อรถเมล์สาย 12ลงหน้าวัดตรีทศเทพเดินเข้าซอยข้างวัด ไม่กี่สิบเมตรก็ถึงเสียงปวงชน เสี่ยเต็ง “กำพล พิริยะเลิศ” มายืนเคียงข้างทุกวันและทุกคืน ผมจึงรู้ว่าเสี่ยเต็งเป็นศิษย์เก่าไทยรัฐ เป็นช่างภาพข่าวสังคม รู้จักผู้คนทุกระดับมากมาย ตอนหลังผมเรียกเสี่ยเต็งว่า “เฮียเต็ง” ทั้ง ๆวัยวุฒิผมสูงกว่า แต่ก็ไม่มากนัก ส่วนเสี่ยเต็งเรียกผมว่า “น้า” ก็เรียกว่าต่างคนต่างนับถือซึ่งกันและกัน “สมโภชน์ ช่วยชูญาติ” หัวหน้าช่างเรียงของเสียงปวงชน นี่ก็ศิษย์เก่าไทยรัฐ อยู่ไทยรัฐมานาน หลังสุดได้ข่าวว่า “สมโภชน์” เป็นนักข่าวอาชญากรรมให้หนังสือพิมพ์จีนฉบับหนึ่ง ส่วนลูกชายเป็นนักข่าวอาชญากรรมของเดลินิวส์ ผมกับสมโภชน์ไม่ได้เจอะเจอและไม่ได้ข่าวคราวกันเลยจนบัดนี้ วันแรกที่ไปพบ “เฮียเต็ง” ตามคำแนะนำของ “กำแหง ภริตานนท์” ผมสอบถามแต่เรื่องปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ได้พูดถึงเรื่องเงินเดือน หรือเงินอะไรเลย เพราะในใจคิดอย่างเดียวต้องทำให้หนังสือพิมพ์เสียงปวงชนออกได้ จึงจำไม่ได้ตอนนั้นผมมีเงินเดือนกี่พันบาท สุขสนุกชนิดเหงื่อไหลไหลย้อย เพราะเป็นสำนักงานหนังสือพิมพ์รายวันแห่งแรกที่มีแต่พัดลม เจ้าของตึกเขาไล่ทางตรง ถอดแอร์ออกหมดทุกตัว “เฮียเต็ง” ก็อยู่ไม่เป็นสุข ต้องวิ่งวุ่นหารวงรังแห่งใหม่...

 (23) “เสียงปวงชน” หลังวัดตรีทศเทพ

  ลาแล้ว  “สกายเล็บ” ลาแล้ว “เดลินิวส์” กลับถึงบ้านซอยเสนานิคม 2...

(22)  สกายแล็บตก – ลาแล้วเดลินิวส์

เมื่อเหตุการณ์ระทึก  “เดลินิวส์”  ถูกสั่งปิดกะทันหัน ผ่านวิกฤติไปด้วยดี ทุกภาคส่วนของหนังสือพิมพ์หัวสีบานเย็นก็เบิกบานลุยงานไปตามปกติ แต่เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น    โดยเฉพาะข่าวสังคมต่างจังหวัด จุดเปราะบางของคดีหมิ่นประมาท รถตระเวนข่าวอาชญากรรมของเดลินิวส์ มีวิทยุรับส่งติดรถทุกคันแล้ว ตามข้อเสนอของผม งานจึงลื่นไหลไม่มีอะไรติดขัด การสังสรรค์ของสายงานอาชญากรรมกับตำรวจนครบาลก็ดำเนินไปอย่างราบรื่นทุกสิ้นเดือน จากหนังสือพิมพ์รายวันที่พิมพ์วันละ 1 กรอบ ปิดข่าวไม่เกิน 5 ทุ่ม หัวหน้าข่าวหน้า...

(21)   เดลินิวส์ถูกปิดแต่ได้เขยขวัญ   

 ครั้งนั้นของ “เดลินิวส์” ตึกแถวทรงโบราณสองชั้นริมถนนสี่พระยา ตรงข้ามกรมสรรพสามิตเก่า...

 (20) ถ่างขาควบ  2  เก้าอี้

  อยู่ดี ๆ งานกำลังเดิน เงินก็พอจับจ่ายใช้สอย...

(19)  ลีลาชีวิต….อนิจจัง

แม้ “นักหนังสือพิมพ์” จะมีตารางการทำงานอยู่กับโต๊ะ อยู่ในห้องโถงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก...

(18)  วันนั้นมาถึง “หน.ข่าวหน้า 1”

ห้องโถงขนาดย่อม ซุกตัวอยู่ในชั้น 2  ของตึกแถวเก่าแก่ริมถนนสี่พระยา...

(17)   ยกสุดท้ายของ  “บิ๊กอู๋”

  ผมบรรเลงเพลง “จับเข่าคุย” ที่เดลินิวส์สี่พระยามากมายหลายร้อยบทตอน เมื่อย้ายค่ายไปอยู่ไทยรัฐ...

(16) จากบิ๊กขี้หลีถึงลึงค์ปลาวาฬ  

มีพรรคพวกที่สนิทชนิดตบไหล่ใช้ถ้อยคำมึง ๆ กู ๆกันได้...